วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557

3 Steps สร้าง Quote (เครดิตข้อมูลจาก www.readyplanet.com)

3 Steps สร้าง Quote ข้อคิด คำคมแบบง่าย เพื่อธุรกิจ!

1. ตามหาข้อความที่ใช่
ในที่นี้ คุณอาจหยิบยืม คำคม ที่มีขนาดไม่ยาวมาก และเข้าใจได้ง่าย ของเหล่าบรรดาคนเด่น คนดังต่างๆ มาใช้ หรือจะเป็นคำคมที่คิดขึ้นมาเองก็ได้นะคะ
แต่เพื่อจะได้เข้าถึงคนในวงกว้าง คำคมนั้นต้องไม่เฉพาะเจาะจงเกิดไป และต้องไม่ลืม! ให้เครดิตกับเจ้าของข้อความด้วยค่ะ
และเพื่อให้เข้ากับเทศกาลปีใหม่ คุณอาจเปลี่ยนจากคำคม มาเป็นข้อความอวยพรแบบสั้นๆ แต่โดนใจผู้บริโภคก็ได้เช่นกันนะคะ

 2. มองหารูปภาพที่ชอบ
ภาพที่ใช้ในการทำเป็นพื้นหลังของ Quote นั้น อาจเป็นภาพสีพื้น และมีลวดลายที่มองแล้วสบายตา หรืออาจใช้รูปภาพที่สื่ออารมณ์เดียวกันกับข้อความมาประกอบก็ได้ค่ะ ที่สำคัญ ภาพไม่ควรเด่นกว่าข้อความ และต้องเป็นภาพที่ถูกลิขสิทธิ์ด้วยนะคะ
สำหรับรูปภาพที่นำมาใช้ประกอบ Quote อวยพรวันปีใหม่ ก็ควรเป็นภาพที่สื่อถึงเทศกาลได้โดยตรง เช่น กล่องของขวัญ, ซานตาคลอส, ตุ๊กตาหิมะ หรือ ลูกโป่งและสายรุ้งต่างๆ เป็นต้น
 
3. จัดองค์ประกอบให้โดน
เมื่อมีข้อความและรูปภาพที่ต้องการแล้ว สิ่งต่อมาที่ต้องทำก็คือ นำทั้งสองส่วนมาประกอบเข้าด้วยกันค่ะ โดยใช้โปรแกรมแต่งภาพทั่วไปอย่างPhotoshop หรือ PhotoScape ไปจนถึงโปรแกรมสำหรับสร้าง Quote โดยเฉพาะ
ซึ่งสิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ ความสมส่วนของอักษร และความชัดเจนของ Quote ต้องทำให้พอดี เพื่อให้ผู้อ่านสามารถอ่านข้อความใน Quote ได้อย่าง สะดวกด้วยนะคะ
ด้วย 3 วิธีง่ายๆ เพียงเท่านี้ ก็จะได้ Quote สวยๆ ไว้ใช้ในการโพสต์บน Social Media เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าบนโลกออนไลน์แล้วค่ะ แต่ทางที่ดี ทั้งข้อความ, รูปภาพ และสีที่ใช้ ใน Quote นั้น ควรมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจด้วยนะคะ เพื่อให้ทุกองค์ประกอบของ Quote ตอกย้ำความเป็น Brand Identityหรือ เอกลักษณ์ของธุรกิจ แม้ว่าสิ่งที่ ธุรกิจโพสต์ไปจะเป็น Quote คำคม หรือ Quote อวยพรปีใหม่ ก็ตามนะคะ!
อ่านรายละเอียด วิธีสร้าง Quote ข้อคิด คำคมแบบง่าย เพื่อธุรกิจ! พร้อมตัวอย่างประกอบเพิ่มเติมได้ที่ ReadyPlanet Blog คลิกที่นี่ »

วิธีการเลือกใช้ Keyword (เครดิตข้อมูลจาก www.readyplanet.com)

4 ข้อควรคำนึงในการเลือก Keyword เพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุดแก่ธุรกิจ

1. จำนวนผู้เยี่ยมชมที่คลิกเข้ามาจากการใช้ Keyword นั้นๆ(Predicted Traffic) วิเคราะห์ดูว่า Keyword คำใดบ้างที่กลุ่มเป้าหมายเลือกใช้ในการค้นหาสินค้า/บริการของธุรกิจ และมีจำนวนการค้นหามาก ก็ควรเลือกใช้คำค้นเหล่านั้นค่ะ
2. อัตราคู่แข่งขันของ Keyword (Keyword Competition)ควรเลือกใช้ Keyword ที่มีอัตราคู่แข่งอยู่ในระดับต่ำหรือปานกลาง ยิ่งถ้าคำนั้นๆ มีผู้ค้นหาเฉลี่ยเยอะ ก็จะมีโอกาสติดอันดับในผลการค้นหาด้วย Keyword นั้นๆ ได้ง่ายขึ้นด้วย
3. ผลลัพธ์ตามเป้าหมายที่ได้จาก Keyword (Conversion Rate) เช่น เกิดการคลิกสั่งซื้อ หรือกรอกฟอร์มลงทะเบียน ฯลฯ เป็นสิ่งชี้วัดว่า Keyword คำไหนในเว็บไซต์ที่ให้ผลลัพธ์ได้มากที่สุด โดยสามารถใช้เครื่องมือ Google Analytics ควบคู่เพื่อดูคำที่สร้างยอดขายในอดีตได้
4. มูลค่าของประโยชน์ที่ได้รับต่อลูกค้าแต่ละราย (Value per Customer) เป็นสิ่งที่บอกได้ว่า Keyword ที่ใช้ ให้ผลกำไรคุ้มค่าต่อการลงทุน ลงแรงทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ Google ด้วยวิธีธรรมชาติ (SEO) หรือไม่ นำไปสู่การปรับปรุงและเปลี่ยน Keyword ที่มีประสิทธิภาพและให้ผลที่ดียิ่งขึ้นต่อไปค่ะ
และเมื่อเลือก Keyword ดีๆ ได้แล้ว ก็สามารถนำไปเพิ่มในเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ตามส่วนต่างๆ ของเว็บไซต์ เช่น ชื่อของหน้าเว็บไซต์ (Title Tag), ชื่อ URL, ชื่อบทความ/หัวข้อเรื่อง, เนื้อหาบทความ เป็นต้น และสามารถใช้เป็นคำหลักในการสร้างลิงค์เชื่อมโยงไปยังหน้าเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งล้วนมีส่วนช่วยทำให้เว็บไซต์ติด Google แบบธรรมชาติ (SEO) ได้ทั้งสิ้นค่ะ